ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล

รูปตรากรมสรรพากรกรมสรรพากรเต็มที่เต็มใจให้ประชาชน

เกี่ยวกับกรมสรรพากร
ห้องข่าว
บริการอิเล็กทรอนิกส์
ความรู้เรื่องภาษี
บริการข้อมูล
อ้างอิง
FAQ
ความรู้เรื่องภาษี รูปภาพโอเปอเรเตอร์
ระบบฐานข้อมูลศูนย์บริการข้อมูล
1.02.09 ม.40(8) การพาณิชย์
เลขที่: 409990
เรื่อง: เบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุตามนโยบายรัฐบาลเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฏากร
คำถาม: : เนื่องจากปี 2552 รัฐบาลจ่ายเบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุ คนละ 500 บาท ต่อเดือน หากบิดามารดาลงทะเบียน และรับเงินดังกล่าว บุตรผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาได้หรือไม่
คำตอบ: :           คุณสมบัติของผู้สูงอายุที่จะได้รับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาล มีดังนี้
          1. ผู้มีสิทธิต้องมีสัญชาติไทย
          2. ผู้มีสิทธิต้องมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยต้องเกิดก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2492 ส่วนผู้สูงอายุที่ทราบเพียงปีเกิดแต่ไม่ทราบวันและเดือนเกิดให้ถือว่าเกิดวันที่ 1 มกราคม ของปีนั้นๆ
          3. ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินเดือน สวัสดิการ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากรัฐบาล ทั้งบำเหน็จ บำนาญ เบี้ยยังชีพ หรือผลประโยชน์อื่นใดจากรัฐบาล ทั้งรายวันและรายเดือน และ
          4. ต้องไม่เป็นผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์คนชราที่รัฐบาลดูแลอาหารและที่พักให้อยู่แล้ว
          โดยเบี้ยยังชีพที่รัฐบาลจ่ายให้ เดือนละ 500 บาท  เป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีบุคคลธรรมดา เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรใดให้ยกเว้นเงินได้ ดังนั้น ในการกรอกแบบ ภ.ง.ด.90 ซึ่งกำหนดให้กรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้จ่ายเงินได้ ให้กรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ คือ 4101035404 (13 หลัก 0994000163029)
          หากบิดามารดามีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีเงินได้จากเบี้ยยังชีพดังกล่าวและอื่นๆ รวมกันไม่เกิน 30,000 บาทตลอดปีภาษี บุตรผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนบิดามารดาได้ ตามมาตรา 47(1)(ญ) แห่งประมวลรัษฎากร